Quantcast

การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2546 : โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ(Mini English Program) โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา

classic Classic list List threaded Threaded
1 message Options
Reply | Threaded
Open this post in threaded view
|  
Report Content as Inappropriate

การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2546 : โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ(Mini English Program) โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา

สุนิสา  คงสุวรรณ
สุนิสา  คงสุวรรณ.  (2552).   การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2546 : โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ
        (Mini English Program) โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2546 : โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program) โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา ในด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต
        กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 14 คน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจำนวน 14  คน ผู้บริหาร จำนวน 5 คน ครูผู้สอน จำนวน 32 คน ผู้ปกครอง จำนวน 148 คน นักเรียนจำนวน 148 คน รวมทั้งหมดจำนวน 361 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบบันทึกข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การคำนวณหา ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
        ผลการวิจัยพบว่า
        1. หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2546 : โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program) โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวม พบว่า ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้อง และด้านผลผลิต มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมิน ยกเว้นด้านกระบวน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน
        2. ด้านบริบท พบว่า โดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด  และผ่านเกณฑ์
การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้านยกเว้นด้านวิสัยทัศน์ที่มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
        3. ด้านปัจจัยเบื้องต้น พบว่า 1) ครูผู้สอนและผู้บริหารเห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณลักษณะของหลักสูตร ด้านลักษณะของแหล่งเรียนรู้  ด้านวัสดุ-อุปกรณ์  ด้านงบประมาณ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด  2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และผู้ปกครอง  เห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณลักษณะของผู้บริหาร  ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน  ด้านคุณลักษณะของนักเรียน  ด้านคุณลักษณะของหลักสูตร ด้านลักษณะของแหล่งเรียนรู้ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
        4. ด้านกระบวนการ พบว่า 1) นักเรียนเห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า  มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทุกด้าน  2) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และผู้บริหาร เห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความสอดคล้องของแผนการเรียนรู้กับหลักสูตรฯมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด  3) ครูเห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการวางแผนการใช้หลักสูตร  ด้านการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล  มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
        5. ด้านผลผลิต พบว่า 1) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ครูผู้สอน ผู้บริหาร เห็นว่าโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดและผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้าน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด  2) จากแบบบันทึกข้อมูล พบว่า โดยภาพรวมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ในระดับพอใช้ และผ่านเกณฑ์การประเมินเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า สาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระการเรียนรู้สังคมศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ในระดับดี ส่วนสาระการอื่นๆ อยู่ในระดับพอใช้ และโดยภาพรวมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับดี และผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับดีทุกด้าน 3)  ผู้ปกครองและนักเรียน มีความพึงพอใจ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุดและผ่านเกณฑ์การประเมินเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อ
Loading...